pop
มือใหม่หัดเที่ยว
ออฟไลน์
ความเห็น: 17
|
 |
« เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 02:39:53 PM » |
|
พอดีกำลังจะลบข้อมูลในเครื่อง เห็นบทความเกี่ยวกับภูสอยดาวที่เคยเขียนไว้ เลยเอามาลงไว้อ่านเล่นนะ ค้นหาตัวตน... ภูสอยดาว ผมนั่งพักเหนื่อยจากการรับคำสั่งซื้อขายของนักลงทุนในช่วงท้ายสัปดาห์วันทำงาน วันนี้มีต้องยอมรับว่ามากเป็นพิเศษ วันนี้แสนสาหัสเหลือเกิน ไม่ว่าทั้งปัจจัยราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งความผันผวนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ช่วงเวลานี้มันช่างเหนื่อยล้าเหลือเกิน มีเสียงจากรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับสารคดีการท่องเที่ยวเอ่ยชื่อภูสอยดาว ฟังชื่อแปลกดีนะท่าทางจะสูงขนาดสอยดาวลงมาได้ ผมเริ่มจดๆจ้องๆ หาข้อมูลเกี่ยวกับภูสอยดาว บางท่านรวมทั้งผมอาจคิดไม่ถึงว่าอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ 149,375 ไร่ สภาพพื้นที่เป็นขุนเขามีความสลับซับซ้อนโดยมีเทือกภูสอยดาวทอดตัวตามแนวทิศเหนือลงทิศใต้ เป็นเทือกเขาที่กั้นพรมแดนไทยและลาว ยอดสูงสุดของภูสอยดาวอยู่สูงจากระดับน้ำทะแล 2,102 เมตร ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ทำให้มีพันธุ์ไม้หลายชนิด นอกจากนั้นยังมีไม้ดอกซึ่งจะเปลี่ยนแปลงในแต่ละฤดูกาลเป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของอุทยาน ผมเริ่มวางแผนการเดินทางเข้าโดยเข้าไปในเว็ปเกี่ยวกับการการท่องเที่ยว มีข้อความเชิญชวนท่องเที่ยวภูสอยดาว ว่าแล้วผมก็รีบเข้าข้อความในกระทู้ดังกล่าวถึงความต้องการร่วมทางด้วยพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ในการติดต่อผม ซึ่งทางหัวหน้าผู้จัดทริป โทรศัพท์ติดต่อกลับอย่างทันใจ โดยแจ้งถึงวัตถุประสงค์ในการจัดทริปรวมทั้งค่าใช้จ่ายใช้ในการเดินทางใช้วิธีหารเฉลี่ยกัน ผมตกลงในเงื่อนไข พร้อมวางแผนยื่นลาพักร้อนทันที่ และที่สำคัญลืมไม่ได้คือขออนุญาตลูกค้าที่เคารพของผมขอหยุดงานสัก 1 วัน พร้อมกับฝากฝังน้องเจ้าหน้าที่การตลาดในทีมผมให้ช่วยดูแลแทน โดยผมติดสินบนว่าจะเอาขนมอร่อยๆๆ ภาพสวยๆๆ มาฝาก
|
|
|
|
|
pop
มือใหม่หัดเที่ยว
ออฟไลน์
ความเห็น: 17
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 02:40:54 PM » |
|
การเดินทางวางแผนไว้คือออกเดินทางในคืนพฤหัสบดี แล้วกลับถึงกรุงเทพ กลางคืนวันอาทิตย์ เรานัดหมายกันขึ้นรถตู้ที่สนามเป้า ไปกันรถตู้ 2 คัน สมาชิกชายหญิงรวม18 คน เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯเวลา 4 ทุ่ม ไปถึงตลาดอำเภอชาติตระการเวลาประมาณ 6 โมงเช้า แต่ละคนก็ลงทานอาหารเช้า รวมทั้งซื้อเสบียงอาหารเพื่อนำไปใช้บนยอดภูสอยดาว 08.15 น. รถจอดที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ผมแยกสัมภาระออกเป็น 2 ส่วน คือจ้างลูกหาบ และแบกขึ้นไปเอง ความจริงอยากจะจ้างเขาหมด เพราะถือเป็นการกระจายรายได้ในท้องถิ่น ค่าจ้างลูกหาบกิโลกรัมละ 15 บาท รายได้นี้เป็นรายได้ที่ไม่แน่นอนมีทุกวันสำหรับเขา หากคุณไปเที่ยวไม่ต้องคิดมากเรื่องน้ำหนัก อยากจะสุดหรูขนไปเถอะครับ ชาวบ้านเขาชอบ เขาจะได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว นักท่องเที่ยวก็ไม่ลำบาก ชาวบ้านจะได้มีรายได้ไม่ต้องไปรบกวนสภาพป่าไม้ อุปกรณ์ที่ผมจำใจนำติดตัวขึ้นไปเป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่อุทยานตั้งเครื่องชั่ง ผมชั่งเป้สัมภาระผมหนัก 18 กิโลกรัม เลยเกิดอยากรู้ว่ากระเป๋าใส่อุปกรณ์ถ่ายภาพผมหนักเท่าไร ตัวเลขเครื่องชั่งบอก 15 กิโลกรัม ตัวผมหนัก 80 กว่ากิโลกรัม รวมกันเกือบ 100 กิโลกรัม หันไปมองภาพแผนที่บอกระยะทาง 6.5 กิโลเมตร มีเนินที่จะทรมานสังขารหลัก 5 เนิน ชื่อก็แปลก เริ่มมีคนพูดว่าที่นี้โหดกว่าภูกระดึงมาก เรียกว่าภูกระดึงน้องๆ แต่ผมก็นึกภาพไม่ออกครับเพราะภูกระดึงยังไม่เคยไปเลย 9 โมงเช้าตรง กลุ่มเราเริ่มออกเดินทาง โดยที่ลูกหาบออกไล่ตามตอนหลังก่อนทิ้งเราไปหายวับไปกลับตา ระยะทางช่วงแรกขนานกับลำธารของน้ำตกสอยดาว น้ำใสจนเห็นก้อนหิน แสดงว่าป่ามีสภาพสมบูรณ์ การเดินป่าไม่ต้องก้าวเดินยาวเกินไป ไม่ควรเดินเร็วเกินไป เก็บพลังงานไว้ แล้วอย่าลืมหาไม้เท้าสักอัน เพราะเข่าเป็นจุดที่สำคัญ การที่เราก้มๆเงยๆ อาจเป็นตะคริวได้ พยายามพักดื่มน้ำทุกๆ 15 นาที ผมเดินมาเรื่อยๆ แบบชมนกชมไม้ ถ่ายภาพเห็ดบ้าง แมงมุมบ้าง อากาศสบายไม่มีฝนตก ใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งชั่วโมง มาถึงเนินแรก ชื่อเนินส่งญาติ ไม่รู้เหมื่อนกันว่าเป็นญาติใคร ใครตั้งชื่อ ทำไมต้องส่งญาติ เนินนี้เป็นเนินที่มีความสูงชัน ความยาวของเนินดูน่ากลัว ผมต้องใช้สูตรคือ อย่าไปมองยอดครับ ก้มหน้าเดินชดใช้กรรมไปเรื่อยๆ บนไหล่ผมตอนนี้ก็มีกระเป๋ากล้องและขาตั้งกล้อง น้ำหนักเต็มพิกัด เสมื่อนว่าตอนนี้ผมกำลังแบกโอ่งน้ำขึ้นดอยครับ โอ้ย!จะมีชีวิตรอดกลับไปไหมเนี่ย ผมบ่นในใจ แต่แล้วผมก็สามารถเอาสังขารขึ้นไปได้ พร้อมกับเอาเหงื่อออกได้ 2 ปี๊บ ถึงลานหิน มีคนอื่นนั่งพักรอ แต่ผมขอไม่นั่งครับนอนเอาแรงดีกว่า
|
|
|
|
|
pop
มือใหม่หัดเที่ยว
ออฟไลน์
ความเห็น: 17
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 02:42:14 PM » |
|
เนินที่สองเนินปราบเซียน ชื่อน่ากลัวแต่ไม่เห็นน่ากลัว เดินง่ายกว่าเนินส่งญาติพอสมควร จากนั้นก็เข้าสู่เนินป่ากอ สองข้างทางเป็นป่ารกแต่ไม่มีอะไรเป็นอันตราย เส้นทางเป็นทางเดียว รับรองไม่หลงครับ เนินถัดมาเป็นเนินเสือโคร่ง ที่ชื่อเนินดังกล่าวไม่ใช่เพราะมีเสือโคร่งครับ แต่บริเวณนี้มีต้นพญาเสือโคร่งขึ้นมาก สรรพคุณเป็นยาสมุนไพรรักษาโรค เราก็พักทานอาหารกลางวันที่เตรียมมาบริเวณนี้ ก่อนจะขึ้นเนินสุดท้าย เนินมรณะ ฝนเริ่มตั้งเค้าจะตกแล้ว เนินนี้เริ่มมองเห็นพันธ์ไม้แปลกๆ อธิเช่น ปุด พืชตะกูลขิงข่า ดอกดินแดง ดอกลิ้นมังกร เราก็ต้องรีบตั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพแข่งกับเวลาก่อนที่ฝนจะเริ่มตก เมื่อเริ่มเดินทางเจอป้ายเนินมรณะ มองออกไปด้านหน้าเห็นกลุ่มคนที่เดินนำหน้าเราขึ้นยอดเขาที่ทั้งชัน และยาวกว่าเนินส่งญาติอีก ฝนเริ่มตกอย่างหนัก เพื่อนผมรีบเอาผ้ากันฝนคลุมเป้กันยกใหญ่ สำหรับผมรีบเอาเสื้อกันฝนใส่โดยเร็ว ฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา ผมก็เริ่มใช้วิธีเดิมแบบเนินส่งญาติครับ คือ ก้มหน้าค่อยๆ เดิน ไปเรื่อยๆ เนินมรณะนี้นะครับหน้าผาทั้งนั้น น้ำไหลลงทางเดินเป็นทางยาวลงมา ใจคอเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว พยามคิดในแง่ดีว่าฝนตกยังดีกว่าแดดออก อากาศเย็นสบายดี บ้างครั้งผมรู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อต้นขา ต้องหยุดเป็นช่วงๆ เพราะหากเราฝืนอาจทำให้กล้ามเนื้อบอบช้ำ เกิดตะคิวได้
|
|
|
|
|
pop
มือใหม่หัดเที่ยว
ออฟไลน์
ความเห็น: 17
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 02:43:47 PM » |
|
เวลา 14.00 น. ในที่สุดความพยายามของผมก็เป็นจริง ฝนเริ่มหยุดตกแล้ว ผมขึ้นมาถึงยอดสูงสุด มองเห็นสายน้ำตกนิรนามและเทือกเขาฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน มีป้ายยินดีต้อนรับ ภาพที่ปรากฏในสายตาทำให้ผมรู้สึกหายเหนื่อยโดยปลิดทิ้งคือ ภาพของทิวสนในม่านหมอกขาวเป็นฉากหลังอันสวยงามให้กับท้องทุ่งดอกไม้สีม่วงอ่อนๆ แน่นขนัด ดอกหงอนนาคที่ในตอนนี้พากันผลิบานอย่างร่าเริ่มและชุ่มฉ่ำด้วยละอองน้ำฝน ผมเดินไปเอาเป้สัมภาระที่ลูกหาบวางไว้หน้าบ้านพักเจ้าหน้าที่อุทยาน ก่อนไปสมทบเพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกันแต่ละคนแบ่งหน้าที่กันอย่างลงตัว ผู้ชายทำอาหาร ผู้หญิงล้างจาน ผมพบว่าเต็นท์ของผมน้องในกลุ่มกางให้เรียบร้อยแล้ว อะไรจะสบายอย่างนี้ บริเวณที่กางเต็นท์ราวกับอยู่บนสวรรค์เพราะลายล้อมด้วยดอกไม้สีม่วง ของทุ่งดอกหงอนนาค ผมขอตัวไปทำธุระส่วนตัวก่อนรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน อาหารก็สารพัดแปลกดี หลังจากนั้นเรานั่งคุยสาระทุกข์สุขดิบกัน เวลาทุ่มกว่า ผมขอตัวเข้านอนก่อนอันเนื่องจากความอ่อนเพลียจากการเดินทาง
|
|
|
|
|
pop
มือใหม่หัดเที่ยว
ออฟไลน์
ความเห็น: 17
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 02:44:27 PM » |
|
ประมาณ 3 ทุ่มได้ ฝนเริ่มตกอีกแล้ว ผมตื่นขึ้นรู้สึกเย็นๆบริเวณแผ่นหลัง พื้นเต็นท์ค่อนข้างชื้น ได้ยินเสียงกลุ่มเพื่อนสนทนากันอยู่ ผมก็หลับต่อด้วยความอ่อนเพลีย ท่ามกลางสายฝนที่ยังโปรยปราย แต่แล้วประมาณตี 3 ผมสะดุ้งตื่นจากเสียงร้องของน้องที่พักร่วมเต็นท์ว่า พี่เต็นท์เราน้ำท่วมแล้ว อ้าวทำไมโชคดีอย่างนี้ เสื้อผ้าและอุปกรณ์ถ่ายภาพ ผมเปียกน้ำหมด ผมต้องรีบเก็บของใส่เป้โดยด่วน แล้วเอาไปฝากเต็นท์เพื่อนด้านข้าง ก่อนจำใจเดินตากฝนหิ้วเต็นท์กับน้องหาทำเลหนีน้ำ สภาพอากาศตอนนั้นทั้งหนาวและมืดครับ จุดที่เรากางเต็นท์เป็นที่ลุ่มครับ น้ำเลยมาร่วมตัวเป็นแอ่งขนาดย่อมๆ เดินวนอยู่นานยังหาไม่ไดสักที่ เพื่อนร่วมทริปตะโกนบอกว่า ให้เอาเต็นท์ไปกางใต้ฟลายชีตบริเวณที่ทำครัวซิ จริงด้วยครับที่นั้นมีผ้ายางลองพื้นด้วย ผมจัดการยัดเต็นท์เข้าไปใต้ฟลายชีตได้อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเอาเข้าไปได้ ผมวิดน้ำจากเต็นท์ได้เกือบ 3 ขัน และเช็ดพื้นเต็นท์ให้แห้ง ก่อนที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่พร้อมใส่เสื้อกันฝนทับอีกที่สูตรนี้นะครับเป็นการเตรียมพร้อมอีกทั้งยังอุ่นอีกด้วย ดูนาฬิกาเกือบตี 4 แล้ว ผมภาวนาให้ผ่านพ้นคืนทรมานสักที่เถอะ รุ่งเช้าผมตกใจตื่นรีบเก็บเต็นท์ เพราะเขาจะใช้พื้นที่ทำอาหารเช้ากัน ผมก็เริ่มเดินหาทำเลกางเต็นท์งวดนี้เราได้ทำเลที่ฮ้วงจุ้ยค่อนข้างดีมีคูดักน้ำล้อมรอบ ข้างๆๆเต็นท์ผมเจอช่างภาพจากนิตยสารดังหลายเล่ม อธิ อสท. Outdoor สักพักมีการจัดกลุ่มไปเที่ยวน้ำตกสายทิพย์ ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับลานสนที่เราพักแรม แต่เสียดายครับ น้ำตกมีน้ำไหลน้อยไม่งดงามเท่าที่ควร และน้ำตกที่ไม่ควรพลาดคือน้ำตกมอส น้ำตกนี้อยู่ไกลจากที่พักพอสมควร อยู่ในเขตประเทศลาว เราต้องเดินทางผ่านหลักเขตแบ่งพื้นที่ไทยและลาว ลืมไม่ได้ต้องถ่ายรูปหมู่กัน เลยไปมีจุดสามารถใช้สัญญามือถือได้ การไปเที่ยวน้ำตกมอสควรให้เจ้าหน้าที่อุทยานเป็นคนนำไปนะครับ จะได้ไม่หลงไปฝั่งลาวก อีกจุดที่น่าสนใจคือจุดสูงสุดของลานสน สูงประมาณ 1,600 เมตร ณ ที่นี้ ผมได้ภาพเห็ดแปลกๆๆ รวมทั้งหญ้าน้ำค้างมาฝากด้วยครับ หลังจากนั้นเราเริ่มเก็บภาพกลางทุ่งดอกหงอนนาคภูสอยดาวกันอย่างจุใจ เสียดายที่ช่วงพระอาทิตย์ตกไม่ได้เก็บภาพเนื่องจากหมอกเริ่มลงอย่างหนักในช่วงเย็น
|
|
|
|
|
pop
มือใหม่หัดเที่ยว
ออฟไลน์
ความเห็น: 17
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 02:45:26 PM » |
|
ค่ำนี้ อาหารมื้อเย็นดูจะหรูหรากว่าทุกมือ คือ มีอะไรเหลือเอามาทำให้หมดจะได้ไม่ต้องแบกลงไปอีก คืนนี้แต่ละคนแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ทำงานต่างวิชาชีพหลากหลาย บางคนก็ยังศึกษาอยู่ แต่สุดท้ายเรื่องหนักมาตกที่ผมต้องมาบรรยายเรื่องเกี่ยวกับตลาดเงินตลาดทุนให้เพื่อนๆๆในกลุ่มฟัง หลายคนเคลิบเคลิ้มไปกับผมในกลยุทธ์การลงทุนขนาดเอาไปนอนหลับฝันกันเชียว สำหรับคืนนี้ผมรอดจากน้ำท่วมเต็นท์ครับ
|
|
|
|
|
pop
มือใหม่หัดเที่ยว
ออฟไลน์
ความเห็น: 17
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 02:46:10 PM » |
|
รุ่งเช้าวันลาจากยอดภูสอยดาวที่งดงาม ท้องฟ้าเปิด สีฟ้าอย่างสดใส ผมร่ำลาเพื่อนกลุ่มใหม่กางเต็นท์ข้างเคียงแจกนามบัตรที่เตรียมไปหมดเกลี้ยง ก่อนช่วยกันเก็บเต็นท์ และฝากสัมภาระให้ลูกหาบ ก่อนกลับลงเราถ่ายรูปหมู่บริเวณป้ายภูสอยดาวเสมือนบทสุดท้ายของการอำลา ทางกลับเป็นทางเดิมกับทางขึ้น ผมใช้วิธีเดิมครับ ลงเรื่อยๆ ช้าๆ เดินไปถ่ายภาพไป สำหรับความคิดผมว่าการลงเขาลำบากกว่าการขึ้นเขานะครับ ขาลงผมใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงก็ถึงที่ทำการอุทยานด้านล่าง ก่อนที่จะแยกย้ายทำธุระส่วนเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนขึ้นรถตู้กลับถึงกรุงเทพเวลา 23.00 น.
|
|
|
|
|
pop
มือใหม่หัดเที่ยว
ออฟไลน์
ความเห็น: 17
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 02:48:26 PM » |
|
การเดินทางไปภูสอยดาว การเดินทางไปภูสอยดาวสามารถเดินทางได้ 3 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก เส้นทางจังหวัดพิษณุโลก ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกขวามือเข้าสู่ทางหลวง หมายเลข 1246 (พิษณุโลก-อ.วัดโบสถ์) ถึงวัดโบสถ์มีทางแยกขวามือไปอำเภอชาติตระการ ผ่านบ้านโป่งแค-อ.ชาติตระการ เข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ระยะทาง 177 กิโลเมตร เส้นทางสอง เส้นทางจากอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ซึ่งเส้นทางนี้มาบรรจบเส้นทางที่อำเภอชาติการ เส้นที่สาม เส้นทางจังหวัดอุตรดิตถ์-อำเภอน้ำปาด-อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ 53110 โทร 055-4192345 ข้อแนะนำในการท่องเที่ยว 1. นักท่องเที่ยวต้องการจะเดินทางขึ้นสู่ลานสนควรมีการเตรียมเสบียงอาหาร อุปกรณ์การเดินทาเต็นท์ ให้พร้อมสำหรับบนยอดภู มีบริการพื้นที่กางเต็นท์ ให้เช่าผ้าห่ม เตาไฟด้วยครับ 2. ค่าแบกสัมภาระกิโลกรัมละ 15 บาท นักท่องเที่ยวสามารถขนไปได้ไม่จำกัด ยิ่งมากชาวบ้านแถวนี้เขาชอบครับ 3. เสื้อผ้าที่ใส่เดินทางขึ้นภูสอยดาว ควรหาเสื้อแขนยาวทีมีน้ำหนักเบาแห้งไวไว้ก่อน ถ้าใส่ไปแบบหนาเต็มยศรับรองถอดทิ้งบริเวณเนินส่งญาติครับ เหตุที่แนะนำเพราะต้องระวังตัวคุ่นครับ ค่อนข้างมากครับ กางเกงยืนหรือกางเกงหนาๆๆไม่เหมาะแน่นอน เพราะนอกจากเปียกแล้วยังแห้งยากมาก สำหรับรองเท้าเน้นประเภทแห้งเร็วครับ 4. เป้ขนาดเล็ก นอกจากใส่น้ำดื่มแล้วควรจะขนขนมคบเคี้ยวไปทานระหว่างทางด้วย 5. งบประมาณในการเที่ยวแบบหารเฉลี่ยครั้งนี้ 2,000 บาท หากไปกับคณะบริษัททัวร์ ค่าใช้จ่ายไม่เกินคนละ 4,000 บาท
นั้นหละคับ ประสบการณ์ครั้งแรกในการเที่ยวทริปหารเฉลี่ยครับ โน่นปี 47 นะคับ และเป็นเรื่องแรกที่เขียนลงหนังสือ
|
|
|
|
|
admin
Administrator
นักเที่ยวขาประจำขั้น4
   
ออฟไลน์
เพศ: 
ความเห็น: 314
++..ก็แค่ยามเฝ้าบอร์ด..++
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 03:49:33 PM » |
|
|
|
|
|
|
|
Maww
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 04:00:38 PM » |
|
กินด้วยยยยยย 
|
|
|
|
|
pigpink
นักเที่ยวขาประจำขั้น1

ออฟไลน์
เพศ: 
ความเห็น: 79
=^___________^=
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2007, 04:33:09 PM » |
|
สวยจังคะพี่ป๊อบ 
|
ตลอดชีวิต ฉันรู้ดี ว่าไม่เคยจะมีเจ้าชายในฝัน ไม่เคยมีใคร ที่จะให้ความสำคัญ ไม่เคยมีใครมองที่ตรงหัวใจ
('-⌒)...✿✿ ✿
|
|
|
|
|
|
|
ทะเลเปียกฝน
นักเที่ยวขาประจำขั้น3

ออฟไลน์
เพศ: 
ความเห็น: 272
>เพื่อนกันตลอดไป<
|
 |
« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2007, 03:58:21 AM » |
|
น้า รูปสวยจังค่ะ..ทำให้อยากไปอีกง่ะ
|
<<Friends are there in the sunshine and in shade>>
|
|
|
|
|
|